Posted on

                สำหรับคนที่ดูบอลจะทราบกันดีอยู่แล้วในการต้องเผชิญหน้ากับทีมที่ตั้งใจมา ‘อุด’ สิ่งแรกที่ต้องรีบหาทำก็คือ การพยายามหาจังหวะจบสกอร์ และเปลี่ยนมันเป็นประตูให้ได้ เพราะถ้าหากทำประตูแรกได้แล้ว ทุกอย่างจะตกมาเข้าทางทีมของคุณในทันที ย้อนกลับไปในเกมที่ ‘ปีศาจแดง’ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ‘เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด’ ทีมคู่แข่งลุ้นพื้นที่ไปฟุตบอลยุโรป

จากเกมที่ควรจะเป็นเกมที่ยากของทางฝั่งเจ้าบ้าน แต่ประตูแรกในนาทีที่ 7 นาที ของ ‘อองโทนี่ มาร์กซิยาล’ จากลูกยัดกึ่งยิงกึ่งผ่านของ ‘มาร์คัส แรชฟอร์ด’ ที่เส้นหลัง ทำให้เกมของ แมนฯ ยูไนเต็ดดูง่ายขึ้นในทันควัน

แมนฯ ยูไนเต็ด

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด มี ‘เกมรับ’ ที่เป็นจุดขายมาตลอดทั้งฤดูกาล โดยฝากความหวังไว้กับแนวรุกของทีมให้ทำประตูขึ้นนำก่อนให้ได้ และจัดการใช้จุดแข็งอย่างแนวรับในการเก็บแต้มมาตลอด ซึ่งเป็นแทคติคที่ ‘คริส ไวลเดอร์’ ปฏิบัติ จนพาทีมบินสูงจนถึงขั้นลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรป

                แต่หลังจากกลับมาแข่งต่อในช่วงพักเบรกจากโควิด-19 ทีมดาบคู่กลับทำแต้มหล่นต่อเนื่องอย่างน่าใจหาย ผสมกับความ ‘ซวย’ ที่เจอกับเทคโนโลยีโกลไลน์ ยิงเข้าแล้วไม่ได้ประตู นั่นทำให้พวกเขาหมดกำลังใจไปไม่มากก็น้อย

ยกระดับแดนกลางของ “แมนฯ ยูไนเต็ด” ให้สูงไปอีกขั้น

‘คลาส’ ของ พอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นานเดซ ยกระดับแดนกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ดให้สูงไปอีกขั้น โดยหลังจากประตูขึ้นนำ 1-0 ก่อให้เกิดพื้นที่ในการเล่นขึ้นมากมาย ซึ่งถ้าหากหาแนวรุกเกรดเดียวกับสองรายนี้เข้ามาอีกสัก 1-2 คน รับรองว่าฤดูกาลหน้าได้ลุ้นกันยาว ๆ

แมนฯ ยูไนเต็ด

ลูกชิพสุดคลาสของ พอล ป๊อกบา ที่ดูเหมือนจะง่ายแต่ไม่ง่าย ที่ถ้าหากแรชฟอร์ดไม่ยิงว่าว ก็จะเป็นแอสซิสต์ที่เวิลด์คลาสอีกลูกหนึ่งของมิดฟิลด์แชมป์โลกเลยทีเดียว

รวมถึงการพลิกบอลสุดเฟี้ยวของ บรูโน่ แฟร์นานเดซ จนนำมาสู่ประตูที่ 2 ของ แมนฯ ยูไนเต็ดที่สุดท้ายก็ได้แอสซิสต์มาจาก วาน บิสซาก้า ที่ปกติแล้วไม่ค่อยมีแอสซิสต์สักเท่าไร

จนมาถึงประตู ‘แฮทริค’ ของ มาร์กซิยาล จากการประสานงานกันสุดสวยของ มาร์กซิยาล และ แรชฟอร์ด ซึ่งศูนย์หน้าหมายเลข 9 ก็โชว์ความเยือกเย็นในจังหวะจบ ชิพเข้าไปนิ่ม ๆ

                เกมนี้นอกเหนือจากชัยชนะ 3-0 แล้ว สิ่งที่ต้องโฟกัสเลยก็คือ 3 ประตูของมาร์กซิยาล ในวันนี้ นับเป็น ‘แฮทริคแรก’ ของ แมนฯ ยูไนเต็ดในรอบ 7 ปีเลยทีเดียวนับตั้งแต่ ฟาน เพอร์ซีย์ ทำเอาไว้ในเกมกับ แอสตัน วิลล่า ในปี 2013

                หากจะมองว่ามันเป็นแค่สถิติ มันก็คงจะเป็นแค่สถิติ แต่ถ้าหากวิเคราะห์กันตามจริงแล้ว นั่นหมายถึงทีมที่มีสุดยอดกองหน้าในสโมสรมาทุกยุคทุกสมัยอย่างปีศาจแดง กลับขาดแคลนนักเตะที่เหมาะสมในตำแหน่งนี้มาอย่างยาวนานถึง 7 ปีแล้วนับแต่ อาร์วีพี ย้ายออกจากสโมสรไป ซึ่งนี่อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ดอยู่ห่างจากความสำเร็จมาโดยตลอดในช่วงเกือบทศวรรษที่ผ่านมา

                ซึ่งการที่ มาร์กซิยาล หยุดสถิติสุดเห่ยนี้ของยูไนเต็ดเอาไว้ได้ นั่นอาจเป็นลางบอกเหตุอะไรสักอย่างของยอดทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ และหากดูจากโปรแกรมในช่วงที่เหลือ ไม่ว่าจะของยูไนเต็ดเอง หรือของคู่แข่งอย่าง เชลซี และ เลสเตอร์ ซิตี้ เอง หากจะบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ดยังอยู่ในเส้นทางการไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ดูจะไม่เกินจริงนัก(รูป 3)

ยังมีการวิเคราะห์บอลและข่าวสารวงการฟุตบอลอื่นๆอีกมากมายให้ติดตามหากไม่อยากพลาด